Let Me Hear Your Voice

posted on 01 Jan 2016 23:30 by reenawayu

ห่างหายจาก Exteen ไปนานมาก

ตอนแรกจะปิดบล็อกนี้ทิ้งไปแล้ว แต่ก็เสียดายทุก Entry ที่เคยลงไว้

เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นความรู้สึกบางช่วงบางตอนที่มันเคยผ่านมาในชีวิต

แล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้เขียนไดอะรี่แล้วด้วย ใช้บล็อกเป็นไดอะรี่แทนละกัน

(อาจจะดูไร้สาระสำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่าน ก็ขออภัยด้วยแล้วกันนะคะ)

ที่จริงนี่ก็ไม่ใช่เวลามาอัพบล็อก แต่มันมีเรื่องให้อยากอัพมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาแล้ว

เพราะอยู่ดีๆ ก็อยากเขียนจดหมายถึงสายลมขึ้นมา

เรื่องราวมันก็วนๆ อยู่ในหัวอยู่ทุกวัน เอามันออกไปเถอะ จะได้เลิกวนไปวนมาซะที55

-------------------------------------------------------------------------------------

 

 

151031 声をきかせて

Status แรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

เหตุผลของการเริ่มเล่น Facebook สินะ

声をきかせてแปลว่า "Let  Me Hear Your Voice"

ในการสื่อสารของเรากับคนที่เป็น "อากาศธาตุ" เริ่มต้นจากคุยโทรศัพท์ ส่ง E-mail

แชทใน MSN เปลี่ยนเป็น Hi5 และต่อด้วย Facebook

แต่การได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกับถ้อยคำบางคำ มันดีกว่ากันมิใช่หรือ

ยังจำตอนเปิดใช้เฟซบุ๊คครั้งแรกได้อยู่เลย

เป็นช่วงที่สายลมกลับเมืองไทยแต่ไม่ได้โทรมาหาเรา เหมือนทุกครั้งที่เค้ากลับมา

เราก็จะได้ยินเสียง ringtone เพลง violin sonata No.12 ที่ตั้งไว้สำหรับเบอร์นี้โดยเฉพาะ

พร้อมกับเสียงที่ส่งมาว่า “ผมกลับมาแล้วครับ”

และนั่นแหละ หลังจากช่วงนั้นก็แทบจะไม่ได้คุยกันอีกเลย

ข้อดีของ “วันนี้ในอดีต” ของเฟซบุ๊คช่วยทบทวนความทรงจำ

แต่บางทีมันก็ชอบสะกิดแผลใจอยู่เหมือนกันนะ55

ที่จริงแล้วในปี 2015 ที่ผ่านมา มีบางช่วงที่อยากจะปิดเฟซบุ๊คทิ้งเลยด้วยซ้ำ

เกิดอารมณ์อยากอยู่ในโลกส่วนตัว ไม่อยากพบปะพูดคุยกับใครใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ชีวิตประจำวันคือเราก็ไม่สามารถหนีหายไปจากใครได้

ถ้าปิดเฟซไปก็ต้องมานั่งตอบคำถามคนใกล้ๆ ตัวอีกว่าปิดทำไม ซึ่งนั่นคงน่ารำคาญยิ่งกว่า

แค่นี้คนรอบๆ ตัวเค้าก็ว่าเราติสแตก โลกส่วนตัวสูง ชอบคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้านมากพออยู่แล้ว

จริงๆ แล้วถ้าบอกใครต่อใครว่าเปิดใช้เฟซบุ๊คเพื่อไว้ใช้ติดตามข่าวสารของคนคนเดียว

ที่ไม่สามารถจะติดต่อได้โดยทางอื่นได้ คงไม่มีใครเชื่อ

แล้วตอนคิดจะปิดเฟซก็ไม่ได้นึกถึงอะไรหรอก

นึกถึงแต่ว่าถ้าเราปิดมันไปจริงๆ ชีวิตนี้คงติดต่อกับสายลมไม่ได้อีก

ซึ่งเหตุผลนี้แหละสำคัญที่สุด และคงทำใจไม่ได้มากกว่า55

The spreading sky, the freedom

Although neither of them has changed

Right now, just that… it’s only just that you are not by my side

Let me hear your voice

If we become honest, surely

We’ll be able to understand each other

Please open your heart

Let me hear your voice

The path we have come is, for us, definitely

An important STEP to that future

-------------------------------------------------------------------------------------

 

151205 Paderborn, "silent night"

ท้องฟ้ามืดมิดเหนือแสงไฟของเมืองใหญ่ คงทำให้คนเราเหงาได้ง่ายๆ สินะ

สายลมที่รัก ช่วงนี้เธอเหงาใช่ไหม

เธอถึงได้แสดงความเคลื่อนไหวให้ใครต่อใครเห็นได้บ่อยๆ

ที่ฉันแปลกใจ เพราะฉันรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่วิสัยของสายลมที่เย็นชาอย่างเธอ

แต่...ณ ตอนนี้ เธออาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้

ระยะเวลา 10 ปีที่เราไม่ได้พบเจอกัน เพียงได้พูดคุยกันผ่านข้อความสั้นๆ แค่ไม่กี่ครั้ง

มันก็แสดงให้เห็นอยู่แล้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์จะพูดได้เต็มปากว่าเธอคือสายลมคนเดิม

แต่ที่ทำให้แปลกใจมากกว่านั้นก็คือ การที่เธอมากดไลค์รูปกันบ่อยๆ

บ่อยจนน่าแปลกใจ เพราะเมื่อก่อนนี่ปีนึงกดไลค์รูปกันซักสองครั้งก็น่าแปลกแล้ว

แต่นี่กดไลค์เกือบทุกรูปที่อัพ ซึ่งนี่ไม่ใช่วิสัยของสายลมที่เย็นชาอย่างเธออีกเช่นกัน

เพื่อนสนิทของฉันบอกว่า เธอก็แค่กดไลค์ไปตามมารยาท

นั่นก็เพราะเค้าไม่รู้จักเธอ เค้าถึงได้พูดแบบนั้น

เพราะระหว่างเธอกับฉัน ไม่เคยมีเรื่องที่ต้องรักษามารยาทกันอยู่แล้ว

เพราะฉันยังจำคำพูดที่เธอทำให้ฉันเจ็บปวดและเลิกตั้งความหวังทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับเธอได้อยู่เลย

การพูดตรงๆ ไม่ใช่ไม่รักษาน้ำใจ

แต่ไม่อยากให้ความหวัง

เพราะคนเรานั้น

บางทีก็ไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับเรื่องของคนอื่น

มากกว่าเรื่องของตัวเอง

เพราะฉะนั้น

การที่เขาผิดนัด  หรือลืมสัญญา

ก็เป็นวิสัยปกติที่พบเจอได้ในวิถีของมนุษย์ทั่วไป

 

ฉันไม่เดาดีกว่าว่าทำไมเธอถึงมากดไลค์รูปกันบ่อยๆ แต่ขอบคุณที่ยังเหลียวมามองกันบ้างนะ

-------------------------------------------------------------------------------------

 

151214 All I Miss is You

ถ้ามองฟ้าแล้วมันจะเหงา...ก็ช่างมันเถอะ

 

บางทีเราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า 

คนบางคนที่เคยสร้างฤดูกาลที่สดใสขึ้นในหัวใจ 

เพียงไม่นาน...คนบางคนคนนั้น 

ก็สร้างฤดูกาลที่แสนหม่นเศร้าให้ติดในหัวใจไปแสนนาน

 

ฉันกำลังถามตัวเองอยู่ว่า ฉันเหงาไหม

แต่ฉันไม่ต้องถามตัวเองหรอกว่า ฉันคิดถึงเธอรึเปล่า

มันอาจจะเป็นเพราะว่า ช่วงนี้ในหัวใจของฉันมันไม่ได้มีความรู้สึกรักใครคนอื่นหลงเหลืออยู่แล้ว

ฉันเลยไม่มีใครให้คิดถึงอีกแล้ว นอกจากสายลมที่รักของฉัน

ซึ่งถึงแม้ฉันจะเคยคิดถึงใครต่อใคร แต่ในส่วนลึกของหัวใจ สายลมก็ยังคงอยู่เสมอ (เน่าได้อีก55)

 

“Alles Gute zum Geburtstag, Meine Wind”

จริงๆ แล้วฉันอยากส่งข้อความนี้ไปหาเธอนะ

ถึงแม้เดี๋ยวนี้เธอจะอัพสเตตัสให้เห็นบ่อยๆ และมากดไลค์รูปให้ฉันบ่อยๆ

แต่ขอโทษนะที่ไม่กล้าไปอวยพรวันเกิดให้เธอจริงๆ

11 ปีแล้วนะที่เรารู้จักกันมา ปีที่แล้วเป็นปีที่ 10 ที่ชั้นส่งข้อความไปอวยพรวันเกิดให้เธอ

ซึ่ง 10 ปีมันนานมากเลยนะ เมื่อเทียบกับการได้รับกลับมาเพียงความว่างเปล่า

หลังจากการอวยพรวันเกิดให้เธอปีที่แล้ว และมันก็จบลงด้วยข้อความว่า “ขอบคุณมากครับ”

ฉันก็สัญญากับตัวเองแล้วว่าฉันจะไม่ส่งข้อความอะไรไปหาเธออีก ไม่แม้แต่จะอวยพรวันเกิด

ฉันไม่อยากให้เธอเห็นฉันเป็นตัวตลก ว่าจะส่งข้อความมาหาอีกทำไม ส่งมาอยู่ได้

แค่ตามกดไลค์การอัพเดตสเตตัสของเธอทุกครั้ง

มันก็คงมากพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าฉันยังคิดถึงเธออยู่แล้ว

 

ความรู้สึกที่สวยงามในอดีต บางครั้งก็ควรเก็บมันไว้เป็นเพียงความทรงจำ ก็พอแล้ว

 

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทุกครั้งที่เธอเห็นฉันเฟซบุ๊ค เธอนึกถึงฉันในฐานะอะไร

“เพื่อน” “พี่” “คนที่เคยคุยด้วยอย่างมากมายในช่วงสั้นๆ ของชีวิต” “แฟนคลับ” “คนเคยรู้จัก”

จะอะไรก็ช่างเถอะ ฉันเลิกใส่ใจเรื่องนี้ไปแล้ว

ฉันรู้แค่ว่า ณ ตอนนี้ เธอก็ยังเป็นคนเดียวที่ฉันรัก

เป็นคนเดียวที่ฉันคิดถึง เป็นคนที่อยู่ในเพลงทุกเพลงที่ฉันฟัง

เป็นคนที่เป็นบรรทัดฐานของความรักของฉัน ว่าถ้าหากฉันจะรักใคร

คนคนนั้นจะต้องคุยกับฉันได้เหมือนกับที่ฉันเคยคุยกับเธอ ซึ่งในโลกนี้คงหาไม่ได้แล้วแหละ

แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ

ตอนนี้ฉันให้เธอเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันยิ้มได้ทุกครั้งเวลาที่มากดไลค์รูปของฉันละกัน

แต่อย่าได้เผลอไปเปิดดู instragram ของฉันเชียวนะ

เพราะฉันไม่อยากให้เธอรู้หรอกว่า หลายๆ รูปและหลายๆ แคปชั่นในนั้น มันหมายถึงเธอ

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

ปล.พิมพ์เสร็จย้อนกลับไปอ่านแล้วขำตัวเอง พิมพ์บ้าอะไรไปเนี่ย บ้าอยู่คนเดียว เพ้ออยู่คนเดียว เพ้อไม่เลิกด้วยสิ พอเหอะ เสียเวลามามากแระ และหลังจากนี้ไม่รู้จะมีเรื่องอะไรมาอัพในนี้อีกรึเปล่านะ แต่ต่อให้นานแค่ไหน ถ้ามันยังพอมีใครให้คิดถึงอยู่บ้าง ก็คงพอจะมีเรื่องให้บ่นๆ เพ้อๆ อีกบ้างล่ะเนอะ

 

พูดถึงความรัก...สำหรับฉัน

 

ความสุขเกิดขึ้นได้เมื่อใจเรามีความสุข

ความรักเกิดขึ้นได้เมื่อใจเรามีรัก

 

คนหลายคนบนโลกมักจมอยู่กับอดีต

เฝ้าระลึกถึงวันวานที่ผันผ่านให้ยังคงแจ่มชัด

 

และก็ยังมีอีกหลายคนบนโลก

ที่ลืมเลือนเรื่องราวผ่านมาเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

 

แต่

 

* “เมื่อคิดถึงการพบกัน เราอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ถ้าลองคิดถึงความเป็นไปได้ของการไม่ได้พบกัน

เราจะรู้ทันทีเลยว่า การพบกันนั้นมหัศจรรย์เพียงใด” *

 

นั่นสินะ

 

บางครั้งเราก็ไม่รู้หรอกว่า เราจะได้พบเจอกับใคร

หรือวันใด เราจะไม่ได้พบเจอกับใคร...อีกเลย

ความจริงก็คือ...เราอาจจะไม่เคยรู้จักกันเลย...ก็ได้

 

แต่

 

 

ฉัน...จะไม่ลืมเธอ “ความรักของฉัน”

ถึงแม้นับจากวันนี้ไป เธอจะเป็น...เหมือนคนที่ฉันไม่เคยรู้จัก

ถึงแม้เราจะพบกันในภายหน้า 

และแม้ว่าอาจจะได้พูดคุยกันในช่วงเวลาสั้นๆ

ฉันก็จะไม่เป็นอะไร 

 

เรื่องราวความรักของฉัน...

มันเคยมีอยู่ด้วยหรือ ฉันเริ่มไม่แน่ใจ

 

ฉะนั้น...ฉันจะไม่พยายามลืมเรื่องราวที่ผ่านมา 

ฉันมีความสุขอยู่บนโลกที่สับสนใบนี้

ฉันพบรัก ณ ที่แห่งนี้

และความรักของฉันก็เป็นแบบนี้

ฉันจะไม่พยายามลืมเรื่องราวที่สวยงามในวันเก่า

 

ฉันแค่อยากจะหายตัวไปสักพัก

อยากเร้นตัวหายไปจากโลกเปลือกนอก

ฉันอยากให้ผู้คนลืมฉัน

ที่สำคัญ...ฉันอยากให้เธอลืมฉันไป

ทำเป็นเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันไปเสียเลยยิ่งดี

ก็เพราะฉันเป็นได้แค่คนคนหนึ่ง...แค่นั้น

 

 สำหรับฉัน

**เมื่อลมพัดผ่านผิวบางบาง ฉันวอนว่าลมเอ๋ย...ช่วยพัดผ่านมาทางนี้**

ความรักก็เป็นเหมือนลมเย็นๆ ที่พัดมาให้เราชื่นใจ

และช่วยทำให้ยิ้มได้ในทุกๆ ครั้งที่คิดถึงมัน

 

พูดถึงความรัก...สำหรับฉัน

ฉันก็แค่ปล่อยให้